นายสรายุธ บุญขัน ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 3 มอบหมายให้ นายพิสิษฐ์ ศรีกัลยานิวาท ผู้อำนวยการส่วนตรวจและบังคับใช้กฎหมายพร้อมร่วมกับ ทสจ.ตาก อต.ตาก การประปาส่วนภูมิภาคสาขาแม่สอด ด่านศุลกากรแม่สอด สสอ.แม่สอด ศูนย์ดํารงธรรมอำเภอแม่สอด และตัวแทนสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตาก ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี ปัญหาผลกระทบจากการนำแร่พลวงเข้ามาในราชอาณาจักร จากการตรวจสอบผลปรากฏ ดังนี้
1. ในพื้นที่จังหวัดตากไม่พบการประกอบกิจการเหมืองแร่พลวง เป็นเพียงสถานที่จัดเก็บสินค้าเพื่อรอการส่งออกแร่พลวง ไปจำหน่ายให้กับประเทศจีนหรือเวียดนาม โดยแบ่งเป็น 1) การนำผ่านทางหมู่บ้านเปิ่งเคลิ่ง ต.แม่จัน อ.อุ้มผาง ซึ่งต้องเสียภาษี และ 2) นำผ่านมาจัดเก็บในเขตปลอดภาษี (Free zone) บริเวณคลังสินค้าที่ 27 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด และในส่วนขั้นตอนการประกอบกิจการทำเหมืองก่อนหน้านั้นทั้งหมดอยู่ในเขตประเทศพม่า
2. การประปาภูมิภาคสาขาแม่สอดแจ้งว่า จุดสูบน้ำดิบเพื่อผลิตน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาคสาขาแม่สอด มีจำนวน 2 จุด คือ สถานีผลิตน้ำห้วยม่วง ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด และสถานีผลิตน้ำแม่ระมาด ต.แม่ระมาด อ.แม่ระมาด ซึ่งดำเนินการตรวจวัดคุณภาพน้ำหาค่าโลหะหนักเป็นประจำทุกปี ๆ ละ 1 ครั้งพบว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ค่าสารหนู และโลหะหนักอื่นๆ มีค่าเป็นไปตาม ค่ามาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดิน
คณะผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริง มีความเห็นดังนี้
1. ขอให้หน่วยงานควบคุมกำกับคลังสินค้า แจ้งให้คลังสินค้าที่ 27 จัดเก็บกองแร่ในพื้นที่ให้มิดชิด มีหลังคาคลุม เพื่อป้องกันการชะล้าง และการปนเปื้อน ออกสู่สิ่งแวดล้อม
2. ขอให้ กปภ.แม่สอด เก็บและตรวจวิเคราะห์ปริมาณโลหะหนักในแม่น้ำเมย พร้อมด้วยผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำย้อนหลัง รายงานผลให้จังหวัดตาก ทราบ และขอให้ กปภ.แม่สอด เพิ่มความถี่ในการเก็บตัวอย่างน้ำและตรวจวิเคราะห์หาโลหะหนัก เป็น 2 เดือน/ครั้ง และแจ้งผลให้จังหวัดตากทราบ อย่างต่อเนื่อง
3. ขอให้ส่งผลตามข้อ 2 ให้สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 3 (พิษณุโลก) ทราบ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบ การเฝ้าระวังในอนาคต
ทั้งนี้ หากมีการตรวจพบค่าสารหนูเกินค่ามาตรฐาน ขอให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตากแจ้งเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นัดหมายประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไข ต่อไป